มาเริ่มต้นทำความสะอาดที่นอน ให้ปลอดไรฝุ่นกันเถอะ!

ความสะอาดของที่นอนเป็นเรื่องสำคัญที่หลาย ๆ คนต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงไรฝุ่นและโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหาตามมา แต่จะทำอย่างไรให้ที่นอนสะอาดนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลายคนคิดไม่ตกเพราะที่นอนก็มีน้ำหนักมากเอาการ จะให้ยกไปตากแดดหรือทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็ลำบากน่าดู การปล่อยให้ที่นอนสะสมไรฝุ่นและเชื้อโรคนาน ๆ ก็ไม่ดีกับสุขภาพของเราเช่นกัน เพราะที่นอนเป็นบริเวณที่ร่างกายของเราต้องสัมผัสเพื่อพักผ่อนตลอดทั้งคืนและอาจหายใจเอาสิ่งสกปรกเข้าไป หากอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลจากภูมิแพ้และอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นก็ควรจะมีฟูกที่ใช้นอนหลับพักผ่อนสะอาดที่สุด ปราศจากฝุ่นสะสมและเชื้อโรคที่จะทำให้สุขภาพของเราอ่อนแอลง  วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำความสะอาดที่นอนแบบง่าย ๆ ที่คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง รับรองว่าจะช่วยให้ที่นอนของคุณสะอาดปราศจากเชื้อโรคเพื่อให้คุณและครอบครัวหลับเต็มอิ่มได้ตลอดคืน

ความสกปรกในรูปแบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับที่นอน

การไม่ยอมทำความสะอาดที่นอนหรือโซฟาเป็นประจำจะทำให้เกิดฝุ่นสะสม เชื้อโรค ไรฝุ่น รวมถึงเศษซากจากไรฝุ่นอีกด้วย ฝุ่น (Dust) และไรฝุ่น (Dust mites) เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคหืดตามมา ไรฝุ่นเป็นแมลงที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนโดยกินผิวหนังของมนุษย์ที่ถูกผลัดออกมาเป็นอาหาร มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยทั่วไปมักพบไรฝุ่นอยู่รวมกับฝุ่นที่อยู่ตามที่นอน ผ้าคลุมเตียง โซฟา หมอน และพรม ไรฝุ่นสามารถอยู่รอดได้ในทุกสภาพอากาศ และเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 18.5-29 องศาเซลเซียส จึงเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงและกำจัดไรฝุ่นในสภาพอากาศของห้องนอน นอกจากนี้ หากห้องนอนมีความชื้นสูงและไม่ค่อยได้สัมผัสแสงแดดอาจทำให้เกิดเชื้อราในที่นอนซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราและเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตามมาอีกด้วย

 

วิธีทําความสะอาดที่นอนอย่างเหมาะสม

ค่อย ๆ ถอดผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หมอน และผ้าคลุมเตียงทั้งหมดเพื่อให้มีฝุ่นฟุ้งน้อยที่สุด และนำเครื่องนอนไปซักเพื่อทำความสะอาดเครื่องนอน

ซักที่นอนด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส หรืออาจนำไปปั่นแห้งในเครื่องซักผ้านานอย่างน้อย 15 นาที ที่อุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียสเช่นกัน จากนั้นจึงนำไปตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อกำจัดไรฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ โดยปกติไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จะหมดฤทธิ์เมื่อโดนความร้อนตั้งแต่ 60 องศาเซลเซียส โดยควรนำเครื่องนอนไปซักอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งจึงจะช่วยลดและป้องกันไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูดฝุ่นที่นอนเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก

ในเบื้องต้นควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงทำความสะอาดที่นอนให้ทั่วทุกตารางนิ้วเพื่อกำจัดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ฝังตัวอยู่บนฟูกออกให้หมด นอกจากนี้ ควรดูดฝุ่นที่พื้นและเครื่องใช้ต่าง ๆ ทั้งหมดในห้องนอนเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของฝุ่น ไรฝุ่น และเชื้อโรคต่าง ๆ

ทำความสะอาดคราบสกปรกเฉพาะจุด

ในบางกรณีอาจเกิดคราบฝังลึกบนที่นอนของคุณ เช่น ซอสจากอาหาร คราบเลือด ปัสสาวะ หรือเหงื่อ ซึ่งสารที่จะใช้ทำความสะอาดต้องเหมาะสมกับชนิดของคราบที่คุณต้องการจะกำจัด

กำจัดกลิ่นอับ

คราบเหงื่อ ฝุ่น รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่สะสมไว้สามารถทำให้ที่นอนมีกลิ่นเหม็นอับได้ เราสามารถแก้ไขได้โดยโรยผงเบคกิ้งโซดาบนฟูกทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงเบคกิ้งโซดาออกจนหมด เนื่องจากผงเบคกิ้งโซดามีคุณสมบัติช่วยระงับและดูดซับกลิ่นจึงทำให้กลิ่นอับบนที่นอนหายไป นอกจากนี้ อาจหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบเล็กน้อยลงบนผงเบคกิ้งโซดาก่อนโรยบนเตียง ก็จะช่วยให้ที่นอนของคุณหอมพร้อมหลับสบายตลอดคืน

จัดให้ห้องนอนสัมผัสแสงแดดและมีอากาศถ่ายเทเป็นประจำ

อากาศบริสุทธิ์และแสงแดดเป็นวิธีที่ดีในการขจัดแบคทีเรียอย่างเป็นธรรมชาติในบางครอบครัวอาจจะทำได้ยาก แต่หากทำได้จะช่วยลดความอับชื้นในห้องนอนซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อราต่าง ๆ และช่วยให้อากาศมีการไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย

เห็นประโยชน์ต่างๆ ของการทำความสะอาดที่นอนอย่างนี้แล้ว หันมาทำความสะอาดที่นอนกันเถอะ เพราะสุขภาพของคุณรอไม่ได้